บริษัท สุรพัฒน์ อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องนอนอันดับ 1 บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีสโลแกนติดหู “Pisanus Thailand ที่หนึ่งเรื่องท็อปเปอร์” ตอกย้ำความสำเร็จด้วยยอดผู้ใช้จริงมากกว่า 150,000 ราย

ท็อปเปอร์ หรือ เบาะรองนอน สินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยคุณสมบัติพิเศษ สามารถปูทับบนที่นอนเพื่อเสริมความนุ่มให้กับที่นอนได้ทันที หรือการปูนอนบนพื้น ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังที่มีสาเหตุมาจากที่นอนเก่าที่มีความแข็ง ยุบตัวเป็นแอ่ง และช่วยสลายแรงกดทับบริเวณแผ่นหลัง กระจายน้ำหนักตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับการนอนให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

Pisanus Thailand ก่อตั้งโดยคุณเศรษฐพัฒน์ สหชัยนเรศ และ คุณสุรางคนา ไสลภูมิ นักธุรกิจหนุ่ม-สาว วัย 24 ปี ที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจออนไลน์ โดยเริ่มต้นธุรกิจจำหน่ายผ้าห่ม-ผ้านวม ภายในห้องเช่าเล็กๆใต้หอพัก จนได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้า และเริ่มมีการจ้างนักศึกษา Part-time เข้ามาดูแล ภายในปีนั้นเอง แบรนด์จึงได้เริ่มจัดตั้งเป็นบริษัทขึ้น และเริ่มขยับขยาย มองเห็นสินค้าที่แตกต่างออกไป จนได้รู้จักกับสินค้า “ท็อปเปอร์ ขนห่านเทียม” ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทย จึงเห็นโอกาสในตัวสินค้าและเริ่มนำมาจำหน่าย โดยการสั่งผลิตจากโรงงานต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าสินค้าได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากเกินความคาดหมาย จากรายได้หลักหมื่น เพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งก็ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จได้อย่างสวยงาม แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อสินค้าที่สั่งจากต่างประเทศเกิดปัญหาด้านการขนส่งสินค้า มีความจำเป็นต้องโอนคืนค่าสินค้าคืนให้กับลูกค้าทั้งหมด ทำให้บริษัทติดหนี้มากกว่าครึ่งล้านในปีนั้น อีกทั้งยังพบเจอปัญหาการขนส่งสินค้า สินค้าสูญหาย จากบริษัทขนส่งที่ไร้ความรับผิดชอบ ทำให้บริษัทเกิดการสูญเสียรายได้อีกครั้งเป็นจำนวนมาก ถือวิกฤตที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ครั้งใหม่ สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยหาแหล่งผลิตสินค้าในประเทศไทยที่สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการ โดยยึดมั่นในคุณภาพของสินค้าเป็นหลัก การคัดเลือกวัสดุเกรดคุณภาพ “ขนห่านเทียม หรือ เส้นใยไมโครเจล 100%” ที่สามารถป้องกันไร้ฝุ่น และได้รับใบการันตีจากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ จนได้ร่วมงานกับ Supplier รายใหญ่ในประเทศ ที่มีวิสัยทัศที่ดีร่วมกัน พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ทำให้สถานการณ์ช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นยุคทองของแบรนด์เลยก็ว่าได้ และได้ปรับรูปแบบภาพลักษณ์ขอแบรนด์ Pisanus Thialandใหม่ทั้งหมด โดยมีพรีเซนเตอร์อย่างเป็นทางการคือ “พิศมัย วิไลศักดิ์” (ที่เป็นภาพจำของลูกค้า) การทำการตลาด แบนเนอร์ ฯ ที่สื่อถึงคุณสมบัติ และประโยชน์ของท็อปเปอร์ จนได้รับกระแสค่อนข้างดีจากลูกค้าที่มีอาการปวดหลังจากที่นอน หรืออยากนอนสบายมากขึ้น ทำให้ Pisanus Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และมีการบอกต่อกันอย่างแพร่หลาย โดยมีหัวใจหลักของการขายอยู่ที่ “งานบริการ”ที่เป็นเลิศ การใส่ใจลูกค้าเพื่อความพึงพอใจสูงสุด ทำให้บริษัทโตแบบก้าวกระโดด จากยอดขายหลักล้านต้น ๆ ต่อเดือนขึ้นมาเหยียบ 10 ล้านได้ครั้งแรก

​เมื่อธุรกิจเริ่มดำเนินการไปในทิศทางที่ดีขี้น พร้อมกับสินค้า ‘ท็อปเปอร์” ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้าง เกิดคู่แข่งรายย่อย-รายใหญ่ขึ้นมาหลากหลายแบรนด์ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการตัดราคา และเกิดข้อเปรียบเทียบขึ้น ซึ่ง Pisanus Thailand ยังคงยึดมั่นในคุณภาพสินค้าของแบรนด์เป็นที่หนึ่ง และสร้างข้อแตกต่างไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเนื้อผ้า คุณภาพของเส้นใย การอัพเกรดความหนาของท็อปเปอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และยังเปิดสาขาสำหรับทดลองสินค้าทั้งสิ้นจำนวน 2 สาขาในจังหวัดเชียงใหม่ (สาขานิมมานเหมินทร์ และ สาขา CBP) จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า แม้ว่าสินค้าของแบรนด์จะมีราคาสูงกว่าแบรนด์อื่นๆก็ตาม อีกทั้งยังมีการใช้เทคนิคการตลาดยุค 5.0 ที่ควบคุมทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Shopee , Lazada และการทำการตลาดแบบ B2C และ C2C ที่เน้นการบริการกับลูกค้าโดยตรง ด้วยเหตุนี้เองทำให้จึงทำให้ Pisanus Thailand ยังคงยืนหนึ่งในวงการท็อปเปอร์เสมอมา และยังเพิ่มการแตกไลน์การผลิตสินค้าเครื่องนอนประเภทอื่นๆ อีกด้วย 

ในปัจจุบัน Pisanus Thailand เริ่มมีการเปิดรับตัวแทนจำหน่ายสินค้ารายใหญ่-รายย่อย ทั้งใน และ ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ จึงได้มีการปรับรูปแบบ Rebranding แบรนด์ขึ้นอีกครั้ง ให้มีความ International เข้าถึงลูกค้าในกลุ่มต่างประเทศมากขึ้น โดยเลือกใช้ Presenter ชาวต่างชาติ ยกระดับการนอนที่หรูหรา เปรียบเสมือนได้นอนหลับในโรงแรม 5 ดาว ภายใต้วลีเด็ด “ความคุ้มค่าในราคาหลักพัน” ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจในสินค้าจากประเทศไทย ก้าวเข้าสู่การกระจายสินค้าระดับนานาชาติ

และล่าสุดในปี พ.ศ. 2564 Pisanus Thailand จึงได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้นของธุรกิจด้วยการเปิดโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตัวเอง โดยเริ่มจากโรงงานที่มีพื้นที่เพียง 900 ตารางเมตร และขยายเป็นโรงงานที่มีพื้นที่มากกว่า 2000 ตารางเมตรภายในระยะเวลาครึ่งปี ทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น ช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่แรงงาน ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานมากกว่า 100 คน และเมื่อเริ่มผลิตสินค้าได้เอง ทำให้เรามีส่วนต่างในด้านของกำไรมากขึ้น ที่จะมาช่วยอุดรอยร้าวในช่วง สถานการณ์ Covid-19 ที่ทำให้บริษัทมียอดสั่งซื้อที่น้อยลงกว่าปกติ ทำให้สามารถมอบโปรโมชันสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ และยังเน้นการให้พนักงานใส่ใจในบริการมากขึ้น ติดตามการบริการลูกค้าตั้งแต่ ขั้นตอนสอบถามสินค้า ตลอดจนถึงการขนส่ง เพราะเราเชื่อว่าการให้บริการที่น่าประทับใจกับลูกค้า จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ลูกค้าเกิดการบอกต่อ หรือกลับมาซื้อสินค้าและใช้บริการซ้ำ

ซึ่ง ณ ปัจจุบัน Pisanus Thailand มียอดติดตามแฟนเพจ Facebook อยู่ที่ 223,569 ราย (อ้างอิงวันที่ 13/5/64) และมีคะแนนรีวิวติดดาวมากถึง 5/5 คะแนน การันตีอีกขั้นด้วยรีวิวจากลูกค้าผู้ใช้จริง ซึ่งถือเป็นท็อปเปอร์ที่มีการพูดถึงมากที่สุดในประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่สนใจสินค้า ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีทีมแอดมินที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยทุกท่านสามารถค้นหาสินค้าของแบรนด์ Pisanus Thailand ได้ในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้ชื่อ “Pisanus Thailand” ที่หนึ่งเรื่องท็อปเปอร์

By tcc

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *